Secondhand Home บ้านมือสอง ซื้อบ้านมือสอง ขายบ้านมือสอง เลือกบ้านมือสอง ดูแลบ้านมือสองSecondhand Home บ้านมือสอง ซื้อบ้านมือสอง ขายบ้านมือสอง เลือกบ้านมือสอง ดูแลบ้านมือสองSecondhand Home บ้านมือสอง ซื้อบ้านมือสอง ขายบ้านมือสอง เลือกบ้านมือสอง ดูแลบ้านมือสองSecondhand Home บ้านมือสอง ซื้อบ้านมือสอง ขายบ้านมือสอง เลือกบ้านมือสอง ดูแลบ้านมือสองSecondhand Home บ้านมือสอง ซื้อบ้านมือสอง ขายบ้านมือสอง เลือกบ้านมือสอง ดูแลบ้านมือสอง

Friday, October 21, 2011

วิธีเลือกบ้าน ข้อแนะนำ ซื้อบ้านมือสอง Home Guide

วิธีเลือกบ้าน ข้อแนะนำ ซื้อบ้านมือสอง Home Guide

วิธีเลือกบ้าน ข้อแนะนำ ซื้อบ้านมือสอง Home Guide การตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหม่เป็นการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัว อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อบ้านก็ต้องพิจารณาในพื้นฐานเดียวกัน ซึ่งพอจะสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้คือ

ข้อที่ 1 ตรวจสอบความต้องการซื้อบ้านประเภทใด เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด หรือคอนโดมิเนียม นั่นคือเลือกบ้านให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว ต้องคิดเสมอว่าการเลือกซื้อบ้านในชีวิตหนึ่งอาจซื้อเพียงครั้งเดียวต้องพิจารณาให้รอบคอบซักหน่อย ใช้เวลาตัดสินใจนานคงไม่เป็นไร เพราะถ้าซื้อบ้านเล็กเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหาแออัด ไม่เป็นส่วนตัว อย่าลืมว่าต้องการซื้อบ้านหลังใหม่เพราะอะไร พอซื้อไปแล้วก็เกิดปัญหาแออัดอยู่อีก ถึงเวลานั้นก็คงจะสายไปเพราะจ่ายเงินซื้อบ้านไปแล้ว หรือเลือกบ้านใหญ่เกินไป แต่อยู่กันแค่ 2 คน ก็จะมีปัญหาเรื่องการดูแลรักษา และคงทำให้บรรยากาศในบ้านดูวังเวงเงียบเหงาเกินไป นอกจากเลือกประเภทบ้านแล้ว ก็ควรให้ความสำคัญกับแบบบ้านกันซักนิด เพราะถือว่าเป็นหน้าตาของสมาชิกในครอบครัวได้เหมือนกัน แบบบ้านที่ว่าได้แก่ แบบบ้านคลาสสิค ดูเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาด หรือจะเป็นแบบบ้านโมเดิร์น ที่เป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาว บ้านมักจะเป็นรูปทรงแปลก ๆ บางหลังใช้สีดูแล้วบาดตาบาดใจเหลือเกิน

ข้อที่ 2 พิจารณาทำเล โดยทั่วไปแล้วจะพิจารณาถึงระบบโครงข่ายคมนาคม ความสะดวกในการเดินทาง ทางเข้าออกในหมู่บ้าน ระบบขนส่งมวลชน รถเมล์ รถสองแถวหน้าหมู่บ้านหรือแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซด์ เหล่านี้ต้องสะดวก ที่ตั้งของบ้านใหม่ต้องตั้งอยู่ในส่วนที่คนในบ้านเดินทางใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปที่ทำงาน หรือโรงเรียน สถาบันการศึกษา น้อยที่สุด หรือไม่มากเท่ากับที่เคยใช้ตอนอยู่ที่บ้านหลังเก่า

ข้อที่ 3 ตรวจสอบแนวเวนคืน ตรวจสอบซ้ำเกี่ยวกับการเวนคืน จากการสอบถามเพื่อนบ้าน หรือติดต่อไปที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักการโยธา กทม. หรือที่สำนักงานเขตก็ได้ เพื่อให้แน่ใจว่า ซื้อบ้านไปแล้วจะไม่โดนเวนคืนทีหลัง เพราะเกิดกรณีเป็นประจำ คือ เจ้าของบ้านเดิมทราบเรื่องเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินก็พยายามขายทรัพย์สินของตน ก่อนจะมีกฎหมายห้ามการขายและโอน กรรมสิทธิ์ที่ดิน แล้วตั้งราคาบ้านไว้ถูกมาก ก็อย่าเพิ่งหลงเชื่อตัดสินใจซื้อเร็วเพราะ เห็นว่าราคาถูก ควรคิดไว้เสมอว่าบ้านที่ราคาถูกมากอาจเป็นบ้านที่มีปัญหาก็ได้

ข้อที่ 4 พิจารณาสภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน สภาพแวดล้อมของโครงการที่ต้องพิจารณา เช่น ที่ตั้งของตัวบ้าน มีปัญหาน้ำท่วมขังหรือไม่ อยู่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรมมีมลพิษตลอดทั้งปี อยู่ใกล้อู่ซ่อมรถ ปะ ผุ รถ หรือร้านค้าของเก่าที่นำของเก่ามากองเป็นภูเขา อุดมด้วยสารพิษหรือไม่ อยู่ใกล้แหล่งเสื่อมโทรม มีกลิ่นน้ำเน่าตลอดปี เหล่านี้ ควรพิจารณาให้ดี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราสามารถพิจารณาจากสายตาของเราอยู่แล้ว ถ้าบ้านดี ราคาถูกมาก แต่ตั้งอยู่ในชุมชนเหล่านี้ ขอเตือนว่าอย่าซื้อ เพราะเท่ากับเอาชีวิตเราไปเสี่ยง ต้องคิดไว้เสมอว่าที่ราคาถูกเพราะคงขายไม่ได้เพราะสภาพแวดล้อมไม่ดี สิ่งที่ต้องคำนึงอีกประการคือความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการ แต่ถ้าในโครงการนั้นมีการประกาศขายบ้านกันเป็นจำนวนมากแล้วล่ะก็ เดาได้เลยว่าในโครงการต้องมีปัญหาอะไรแน่ กรณีที่บ้านอยู่ในโครงการจัดสรร ควรสอบถามเพื่อนบ้านถึงปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนเรื่องบริการชุมชนจากบริษัทเจ้าของโครงการว่ามีการดำเนินการอย่างไร เช่น การรักษาความสะอาด เก็บขยะ ยามรักษาการณ์ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร การดูแลสภาพโครงการสม่ำเสมอหรือไม่ และเหมาะสมหรือไม่ เท่านี้ ข้อซักถามเหล่านี้ก็จะเป็นตัวเร่งการตัดสินใจซื้อได้อีกทางหนึ่ง

ข้อที่ 5 พิจารณาสภาพบ้าน การซื้อบ้านพร้อมอยู่แม้จะมีความมั่นใจว่าสามารถเข้าอยู่ได้แน่นอน (ถ้าจ่ายเงินครบ) เพราะเห็นตัวบ้านจริง ไม่ใช่แค่จ่ายเงินซื้อแปลนบ้าน แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องตรวจสภาพบ้าน ซึ่งต้องใช้ความละเอียดมากกว่าการตรวจสภาพบ้านจากการซื้อบ้านใหม่เสียอีก แม้จะเป็นบ้านมือสองก็ไม่ควรเสื่อมโทรมมากนัก การพิจารณาก็ไม่ยากจนเกินไป ถ้าจะให้ดีก็ควรนำผู้รู้ไปตรวจดูก่อนตกลงซื้อเพราะผู้ขายบางรายอาจตกแต่งใหม่เป็นการตบตาผู้ซื้อ การพิจารณาซื้อบ้านพร้อมอยู่ ต้องดูตั้งแต่โครงสร้างภายนอกบ้าน โดยจะแบ่งหัวข้อพิจารณาอย่างคร่าว ๆ ดังนี้

1. ทิศทางลม ง่าย ๆ โดยการลองเดินดูในบ้าน สังเกตว่าอากาศถ่ายเทสะดวก โดยเฉพาะห้องนอนแสงแดดไม่ควรส่องในตอนบ่ายเพราะจะอมความร้อน ทิศทางลม เรียกว่าเมื่อเดินเข้าบ้านต้องให้ความรู้สึกสบาย โปร่ง โล่ง มีลมพัดและอากาศถ่ายเทสะดวก

2. ดูหลังคา กันสาด กระจก หน้าต่าง อย่าลืมว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ฝนตกชุก บางครั้งมีพายุด้วย ต้องเลือกสภาพหลังคาที่สมบูรณ์ ไม่รั่ว หากสวยด้วยก็ยิ่งดี หลังคาที่ดีต้องมีความลาดเอียงพอเหมาะไม่ชันหรือเอียงน้อยเกินไปซึ่งควรจะมีชายคาที่ยื่นยาวคลุมอาคารโดยรอบ กันฝนสาด แดดเลียผนังทำให้ห้องร้อนเกินไป และที่ปลายชายคา ควรมีรางน้ำเพื่อให้น้ำฝนไหลลงพื้น ไม่ให้ไหลเลอะเทอะวัสดุมุงหลังคา ควรคงทน ไม่แตกหรือชำรุดง่าย สำหรับบ้านเดี่ยวควรมีฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา ตลอดจนสังเกตโครงไม้เพื่อดูว่ามีการป้องกันปลวกและแมลง หรือไม่ ส่วนโครงเหล็กให้สังเกตว่ามีการป้องกันสนิมหรือไม่

3. ผนัง ผนังบ้านเป็นส่วนที่สร้างความสวยงามให้บ้าน ควรสอบถามให้รู้ว่าเป็นผนังชนิดใด เช่น อิฐมอญ อิฐบล็อค หรือผนังสำเร็จรูป นอกจากความทนทานแล้ว ยังมีผลต่อการใช้งานในอนาคต เช่น การตกแต่งบ้าน ผนังนั้นสามารถตอกยึด แขวนเครื่องเรือนและสิ่งตกแต่งอื่น ๆ ได้หรือไม่ ถ้าผนังตกแต่งไว้แล้ว เช่น ติดวอลเปเปอร์ ต้องตรวจสอบความชื้นด้วยการเอามือสัมผัสดู

4. ระบบสาธารณูปโภคในบ้าน เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ควรสอบถามเรื่องระบบไฟขั้นต่ำควรมี 15 แอมป์ แต่หากมีแค่ 5 แอมป์ก็ควรเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขอใช้ไฟเพิ่ม ตรวจดูสายไฟ สวิทซ์ไฟ อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่ ส่วนน้ำในที่นี้จะรวมถึงน้ำเสียด้วย น้ำที่ใช้เป็นน้ำประปา ท่อน้ำควรแข็งแรง ก็อกน้ำมีคุณภาพ ระบบระบายน้ำเป็นอย่างไร สังเกตดูว่ามีรอยน้ำรั่วซึมออกมาหรือไม่ ลองเปรียบเทียบดูว่าเมื่อตัดสินเข้ามาอยู่แล้วต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง ในความเป็นจริงแล้วบ้านมือสองที่จะอยู่ในสภาพดี 100 % คงหายาก ทางที่ดีก็ต้องเตรียมเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับปรับปรุงสภาพบ้านให้ดีขึ้นหรือในกรณีที่ต้องซ่อมแซมมาก ใครคือผู้รับผิดชอบ ผู้ซื้อหรือผู้ขาย

5. ประตู หน้าต่าง ตรวจดูในเรื่องของวงกบ รอยแตกร้าว โดยการทดลองเปิด ปิด ประตู หน้าต่างทุกบาน ว่าเปิดปิดสะดวกหรือไม่ และเป็นการทดสอบทิศทางลมไปในตัวด้วย

6. ดูว่ามีการต่อเติมบ้านหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผู้ซื้อควรสอบถามให้แน่ใจว่าบ้านมีการต่อเติมส่วนไหนบ้าง ถ้ามีการต่อเติมได้ดำเนินการถูกหลักวิชาการ หรือได้มีการขออนุญาตต่อเติมถูกต้องหรือไม่ ควรตรวจสอบเอกสารจากผู้ขายให้แน่ชัด เพราะการต่อเติมบ้านนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดรอยแตกร้าว หรือบ้านทรุดได้

7. จำนวนห้องในบ้าน พิจารณาพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกบ้านว่ามีเพียงพอหรือไม่ พิจารณาว่าภายในบ้านมีสมาชิกคนใดที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน ต้องดูความจำเป็นของแต่ละคน เพราะถ้าทุกคนต้องการมีห้องส่วนตัวกันหมดคงต้องเลือกบ้านหลังใหญ่พอดู นอกจากนี้ เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไม่ควรลืม ก็บรรดาสัตว์เลี้ยง เช่นสุนัข แมว ควรมีการจัดสรรพื้นที่ไว้สำหรับตามความเหมาะสมด้วย

ข้อที่ 6 งบประมาณ สำหรับข้อนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับคงมีงบประมาณเหลือเฟือ แต่สำหรับคนที่มีฐานะปานกลางไม่ควรมองข้าม คงต้องเลือกตามที่คิดว่าพอรับผิดชอบไหว เพราะถึงแม้จะได้บ้านหลังที่พอดีกับครอบครัวหรือบางทีเล็กเกินไปแต่ไม่ถึงกับเดือดร้อน ก็ขอให้เลือกแบบนี้จะดีกว่า เรียกว่า นกน้อยทำรังแต่พอตัวจะดีกว่า เพราะถึงแม้จะเป็นบ้านมือสอง แต่ราคาก็ใช่ว่าจะน้อย หากใครมีเงินพออยู่แล้วก็สบายไป แต่สำหรับผู้มีเงินไม่พอ ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ เราสามารถกู้จากสถาบันการเงินได้ สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะพิจารณาจากเงินได้ รายได้ของครอบครัว (นำรายได้ของบิดา มารดา ภรรยา และบุตร มารวมกันได้) ลองติดต่อสถาบันการเงินที่สนใจดู สำหรับเรื่องของราคาบ้านก็ควรตรวจสอบ ราคาจากหลาย ๆ ที่ในท้องตลาด โดยเปรียบเทียบระหว่างทำเล นอกจากนี้ อย่าลืมว่า ต้องกันเงินส่วนหนึ่งสำหรับการปรับปรุงบ้าน ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ หรือการตกแต่งเพิ่มเติมบ้าง เพราะถึงจะนำเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน มาจากหลังเก่า ก็น่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้เข้ากับบ้านหลังใหม่บ้าง ในส่วนนี้สถาบันการเงินที่ขอกู้ ก็จะสินเชื่อเพื่อการตกแต่งหรือซ่อมแซมบ้านไว้บริการด้วย

วิธีเลือกบ้าน ข้อแนะนำ ซื้อบ้านมือสอง Home Guide
ที่มา : http://www.landhouseservice.com
http://www.glosgu.com/forums/view/585/วิธีเลือกบ้าน-ข้อแนะนำใน-ซื้อบ้านมือสอง.html
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

บทความทั้งหมด บ้านมือสอง ซื้อบ้านมือสอง ขายบ้านมือสอง เลือกบ้านมือสอง ดูแลบ้านมือสอง